ที่มาของตัวเลข
เป็นตัวเลขประมาณการ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี
เครื่องคำนวณนี้ให้ตัวเลขประมาณการสำหรับลูกจ้างหนึ่งคนในหนึ่งปี ผลลัพธ์ไม่แทนสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ได้เป็นของกรมสรรพากรหรือสำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานทั้งสองไม่ได้รับรองหรือแนะนำเว็บไซต์นี้
ตัวเลขมาจากไหน
ตัวเลขใช้กับปีภาษี 2569 (พ.ศ. 2569 ตรงกับ ค.ศ. 2026) ตัวเลขทุกตัวมาจากหน้าทางการต่อไปนี้ ซึ่งเราอ่านเมื่อ 29 ตุลาคม 2569
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 ทวิ 47 48 และ 50 (ตามที่กรมสรรพากรเผยแพร่), กรมสรรพากร. ค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 50 ไม่เกิน ฿100,000 (มาตรา 42 ทวิ) และค่าลดหย่อนตามมาตรา 47: ส่วนตัว ฿60,000 คู่สมรส ฿60,000 บุตรคนละ ฿30,000 และเพิ่มอีก ฿30,000 สำหรับบุตรคนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 บิดามารดาคนละ ฿30,000 และประกันสังคมตามที่จ่ายจริง หน้านี้ระบุว่าปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 21 ตุลาคม 2569
- อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2560 เป็นต้นไป, กรมสรรพากร. ตารางฐานภาษี 8 ขั้น ตั้งแต่ยกเว้นถึงร้อยละ 35 พร้อมภาษีสูงสุดและภาษีสะสมของแต่ละขั้น เราไม่พบตารางสำหรับปีภาษี 2569 โดยเฉพาะ แต่ตารางนี้ใช้ตั้งแต่ปีภาษี 2560 และประมวลรัษฎากรที่กรมสรรพากรเผยแพร่เมื่อ 21 ตุลาคม 2569 ไม่แสดงการแก้ไขอัตรา
- การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (พ.ร.บ. แก้ไขประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 44 พ.ศ. 2560), กรมสรรพากร. ยืนยันค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ไม่เกิน ฿100,000 ค่าลดหย่อนส่วนตัวและคู่สมรส และอัตราภาษีที่ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 และกำหนดว่าภาษีขั้นต่ำร้อยละ 0.5 ของมาตรา 48(2) ใช้กับเงินได้ตามมาตรา 40(2) ถึง (8) ไม่ใช่เงินเดือน
- คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543 เรื่อง การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1), กรมสรรพากร. วิธีหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน: คูณเงินเดือนด้วยจำนวนงวดต่อปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คำนวณภาษีทั้งปี แล้วหารด้วยจำนวนงวด เศษที่เหลือรวมในการหักครั้งสุดท้ายของปี และภาษีโบนัสหักเพิ่มในเดือนที่จ่าย
- การหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้างตามโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ (เอกสารสัมมนา), กรมสรรพากร. ตัวอย่างการคำนวณที่ใช้อัตราและค่าลดหย่อนปัจจุบัน เงินเดือน ฿70,000 ได้เงินได้สุทธิ ฿370,000 ภาษี ฿14,500 หักเดือนละ ฿1,208.33 และเดือนธันวาคม ฿1,208.37 การทดสอบของเรานำตัวอย่างนี้มาคำนวณซ้ำ
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ตามที่กรมสรรพากรเผยแพร่), กรมสรรพากร. เบี้ยประกันชีวิต ข้อ 2(61) รวมไม่เกิน ฿100,000 เบี้ยประกันสุขภาพ ข้อ 2(97) ไม่เกิน ฿25,000 และรวมกับประกันชีวิตไม่เกิน ฿100,000 เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ข้อ 2(76) ไม่เกิน ฿15,000 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ข้อ 2(35) ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างและไม่เกิน ฿500,000 ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน ข้อ 2(52) และ 2(53) ไม่เกิน ฿100,000 หน้านี้ระบุว่าปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 13 มกราคม 2569
- สิทธิประโยชน์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน, สำนักงานประกันสังคม. ค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคิดเงินสมทบ ขั้นต่ำ ฿1,650 และไม่เกิน ฿17,500 ต่อเดือน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 หน้านี้ระบุวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กฎกระทรวงที่กำหนดฐานนี้ (พ.ศ. 2568) มีชื่อในรายการกฎหมายของ sso.go.th แต่เราเปิดไฟล์ไม่ได้
ที่ยืนยันไม่ได้: อัตราเงินสมทบประกันสังคมร้อยละ 5 มาจากตารางท้าย พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ตามเอกสารของสำนักงานประกันสังคมที่เราพบจากการค้นหา แต่ไฟล์ของ sso.go.th เปิดจากเครื่องมือของเราไม่ได้ จึงยังไม่ได้อ่านข้อความต้นฉบับ ถ้าสลิปเงินเดือนของท่านต่างไป ให้ยึดสลิป
วิธีคิดของเรา
- ลูกจ้างที่มีนายจ้างรายเดียว ทำงานครบปี ได้เงินเดือนเท่ากันทุกเดือน
- รายได้ทั้งปีคือเงินเดือนคูณ 12 บวกโบนัสที่ท่านใส่ (จำนวนเดือนของเงินเดือน จ่ายครั้งเดียวในปี)
- หักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 50 ไม่เกิน ฿100,000 แล้วหักค่าลดหย่อน เงินได้สุทธิที่ได้นำไปคำนวณตามอัตราก้าวหน้า
- เงินสมทบประกันสังคมนับ 12 เดือนเป็นค่าลดหย่อน โดยคิดจากเงินเดือนเท่านั้น ไม่รวมโบนัส
- เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคิดจากเงินเดือนตามร้อยละที่ท่านใส่ ส่วนแรก ฿10,000 เป็นค่าลดหย่อน ส่วนที่เกินนับได้ถึงร้อยละ 15 ของรายได้ทั้งปี และรวมไม่เกิน ฿500,000
- ภาษี ณ ที่จ่ายต่อเดือนคือภาษีของเงินเดือนอย่างเดียวหารด้วย 12 ตัดเศษเหลือสองตำแหน่ง (สตางค์) ส่วนเศษที่เหลือรวมในเดือนธันวาคมตามคำสั่ง ป.96/2543 ภาษีของโบนัสหักเพิ่มในเดือนที่จ่ายโบนัส
- เงินเดือนสุทธิต่อเดือนคือเงินเดือนหักภาษี ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ปัดเศษ: ภาษีทั้งปี เงินสมทบประกันสังคม และเงินสะสมกองทุนปัดเป็นสตางค์ ถ้าสำนักงานประกันสังคมเก็บเงินสมทบเป็นบาทเต็ม ยอดจริงอาจต่างไปไม่ถึง 1 บาทต่อเดือน เรายืนยันวิธีปัดของสำนักงานไม่ได้
สิ่งที่ไม่ได้คำนวณ
- กองทุน Thai ESG และ ThaiESGX โครงการ Easy E-Receipt เงินบริจาค กองทุน RMF กองทุน SSF และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เพราะเรายืนยันเงื่อนไขของปีภาษี 2569 จากหน้าทางการไม่ได้ ท่านใส่จำนวนที่แน่ใจในช่อง ค่าลดหย่อนอื่น ๆ ได้
- ค่าอุปการะคนพิการหรือทุพพลภาพ และค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร
- เงินได้อื่นนอกจากเงินเดือน เช่น ค่านายหน้า รายได้ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า และดอกเบี้ย รวมถึงภาษีขั้นต่ำร้อยละ 0.5 ของมาตรา 48(2) ซึ่งใช้กับเงินได้เหล่านี้
- การเริ่มงานหรือออกจากงานกลางปี นายจ้างหลายราย และเงินเดือนที่เปลี่ยนระหว่างปี
- เงินที่นายจ้างออกภาษีแทน และเงินได้จากต่างประเทศ
- การลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมชั่วคราวในบางพื้นที่และบางช่วงเวลา
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 และผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
สิ่งที่เราเทียบแล้ว
การทดสอบของเรานำตัวอย่างที่ 1 ในเอกสารสัมมนาของกรมสรรพากรมาคำนวณซ้ำ (เงินเดือน ฿70,000 ได้เงินได้สุทธิ ฿370,000 ภาษี ฿14,500 หักเดือนละ ฿1,208.33 และเดือนธันวาคม ฿1,208.37) และตรวจภาษีที่ขอบของทุกขั้นกับตารางของกรมสรรพากร ตัวอย่างอื่นของกรมสรรพากรใช้โบนัสเป็นจำนวนเงิน ไม่ใช่จำนวนเดือน เราเทียบเฉพาะภาษีของเงินได้สุทธิของตัวอย่างเหล่านั้น ส่วนเงินสมทบประกันสังคมและการนับค่าลดหย่อนครบชุดทดสอบด้วยการคำนวณมือ
การนำไปใช้ซ้ำและการอ้างอิง
กฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศ และคำสั่งของหน่วยงานของรัฐไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 7) เราระบุแหล่งข้อมูล ปี และวันที่อ่าน ข้อความในหน้านี้เป็นข้อความของเราเอง เว็บไซต์นี้ไม่ได้เป็นของกรมสรรพากรหรือสำนักงานประกันสังคม และทั้งสองหน่วยงานไม่ได้รับรอง การคำนวณทำในเบราว์เซอร์ของท่านทั้งหมด
การปรับปรุง
ตัวเลขเปลี่ยนเมื่อมีกฎหมายหรือประกาศใหม่ เช่น เพดานค่าจ้างประกันสังคม อัตราภาษี และค่าลดหย่อน เราปรับปรุงหลังประกาศใช้